เรียนเชิญเจริญพร ศิษยานุศิษย์ทุกท่าน ร่วมพิธี ไหว้ครูประจำปี ๒๕๖๑ ณ ปราสาท สุริยันต์ จันทรา วัน ๘ - ๑๐ เมษายน ๒๕๖๑                                                                                                                                                                                                 

 สถิติวันนี้

2    คน

 สถิติเมื่อวาน

7    คน

 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด

475  คน
3390 คน
124826 คน

เริ่มเมื่อ 2010-11-29

 

 

อาจารย์ศิวมิน (อริโศก)

 

 

ยังมีอีกหลายอย่างที่ท่านทั้งหลายต้อง.....?

เพื่อให้ธรรมธาตุทั้งหลายตั้งอยู่ได้
จงช่วยกันสร้างปราสาท สุริยันต์ จันทรา
เพราะจะทำให้ธาตุทั้งหลายสมดุลกัน
ระหว่างกลางวัน และ กลางคืน
ก่อนที่จะสายเกินไป
......< O >......
จงอย่ายึดติดกับอดีต อย่าวิตกกับอนาคต
จงทำปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุด


ระวัง อัคคีภัย ไว้ให้ดีๆ ไฟจะทำให้เดือดร้อน 
ทั้งไฟกาย และ ไฟจิต
จงทำกาย กับ จิต ไว้ดับไฟให้ดี
 
ทุกอย่างเกิดที่จิต ก็ต้องดับที่จิต

 

 

 

 

ทุกอย่างเกิดเพราะเหตุ  ดับเพราะเหตุ
ทุกอย่างเกิดจากธรรมธาตุ  ลงสู่ธรรมธาตุ
กายกับจิต คือ ชีวิตอมตะ
เราไม่ใช่พุทธ  พุทธไม่ใช่เรา


                   " ทุกอย่างมาเป็นคู่  ผลสุดท้ายก็เดียวดาย "
         พูดถึงเรื่องการมีชีวิตคู่สามีภรรยานั้น บุคคลที่เกิดมาแล้วได้พบและอยู่กินเป็นสามีภรรยากันนั้นจะต้องทำบุญร่วมกันมารวม 4 อสงไขย แค่เห็นหน้าแตยังไม่ถามชื่อต้องทำบุญร่วมกันมาแล้ว 1 อสงไขย (รงค์ถาม 1 อสงไขเท่ากับเท่าไหรครับหลวงพ่อ) 1 อสงไขยเท่ากับ  กว้าง  400  ยาว  400  ลึก  400   ใน  1  อสงไขย ก็จะมีเทวดานำเมล็ดงามาย่อนวันละเม็ดจนกว่าจะเต็มจึงจะได้  1 อสงไขย นี้แหละคือการเวียนตายเวียนเกิด
          ทุกคนนั้นมีหน้าที่ๆต่างกันเราจงทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดแล้วความดีนั้นจะตอบสนองเราเองเราอย่าไปไขว่คว้าในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้   ถามว่าทุกคนที่มีหน้าที่ๆต้องทำแล้วมันจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์นั้น มันขึ้นอยู่กับจิติญญาณเดิมของเรา
และเราจะสามารถดึงเอาจิตวิญญาณเดิมของเราออกมาให้ได้มากน้อยเพียงใด ถ้าสมมุติว่าดึกออกมาได้มากสิ่งที่เราทำนั้นมันก็จะสมบูรณ์ได้ ถ้าเราหลงทางเดินแล้วมันจะไม่ได้อะไรเลย เราพยายามอย่าหลงทางเดินๆให้มันถูก
               
" ถ้าผิดมันก็ผิดหมด  ถ้าถูกมันก็ถูกหมด "
ทำไมพูดอย่างนั้นเพราะความผิดพลาด คือครูสอนคน ความผิดนั้นแหละคือครูอาจารย์คุณ  ถามว่าทุกคนเคยผิดไหม ?(ผิดทุกคน) ทุกคนเคยถูกไหม ? (ถูกทุกคน) พราะทุกคนลองผิดลองถูก ถ้าไม่ลองถูกจะไม่รู้ว่าถูก ถ้าไม่ลองผิดจะไมรู้ว่าผิด

                สวรรค์มีให้คนดีขึ้นแต่คนดีไม่ขึ้นผู้ปารถนาต้องขึ้นเอง  นรกมีให้คนชั่วลงก็ไม่มีใครลงผู้ปารถนาต้องลงเอง  " ถ้าหลวงพ่อไม่ลงนรกไม่ขึ้นสวรรค์แล้วจะได้อะไรมาสอนคน " ถามว่าทุกคนอยากเป็นคนดีไหม ? "อยากเป็นทุกคน" แต่บุพกรรมละ มันมาไม่เท่ากันเราดูที่นิ้วมือสินั้นแหละบาปกับบุญแล้วแต่ใครจะทำมากหรือน้อยและบารมี ยกตัวอย่างเช่น สวด  นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ ถามว่าเปิ้ลก็สวดได้ ศักดิ์ก็สวดได้ พระโยก็สวดได้ รงค์ก็สวดได้ แต่ทำไมไม่ขลังหลวงพ่อนั่งอธิฐานจิตเฉยๆทำไมมันถึงขลัง ลองให้โยมสวดจนเช้ามันก็ไม่ขลังหรอกเพราะบุญเก่าของท่านมันยังไม่เปิด และบุญใหม่ท่านก็ยังไม่เต็ม ให้ท่านดูนิ้วมือก็พอมันไม่เท่ากันเลยใช่ไหมละ (เปิ้ลถามว่าถ้างั้นเราก็มาเริ่มสร้างบุญใหม่ในชาตินี้ให้มากๆเผื่อจะได้เหลือไว้ไปใช้ในภายภาคหน้าใช่ไหมครับหลวงพ่อ) ใช่ (หลวงพ่อดำตอบ)   สิ่งไหนถ้าเราตั้งใจจะไม่ใช่เรื่องยากเลย ไม่มีอะไรลำถามว่าหลวงพ่อเคยลำบากไหม " ลำบากทุกเรื่อง " พระท่านอื่นทำงานกายพอได้พักตื่นเช้ามาก็หายเหนื่อยสดชื่น แต่หลวงพ่อไม่รู้พักเวลาไหน รับญาติธรรมตั้งแต่ตีห้ายันค่ำจะเอาเวลาไหนพัก พรุ่งนี้ก็ต้องนั่งสวดทั้งวันอีก บางทีก็ถามตัวเองอยู่ว่าเราทำไปเพื่ออะไรบางครั้งก็ถอดใจมันเหนื่อยมากๆเราทำไปเพื่ออะไรทีนี้เทดาท่านก็ลงมาบอกว่า  " พระองค์ท่านในเมื่อพระองค์ท่านปารถนาในพุทธภูมิท่านท้อแท้แล้วโลกนี้จะอยู่ได้อย่างไร "  นั้นแหละเป็นยาวิเศษที่ทำให้หลวงพ่อลุกขึ้นสู้ต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

ท่านรู้ไหมว่าที่พัก จิต เราอยู่ตรงไหน ที่ไหน......? 

       สิ่งเร้นลับในโลกนี้มีจริงนะ ในสามหมื่นโลกธาตุที่เราอยู่นี้  ใน กาย มี กาย  ใน จิต มี จิต แนบกายของเรานี้ยังมีโลกอีกโลกหนึ่งคู่ขนานเราไปด้วย...สังเกตุดูนะให้มีสติ ตั้งสติให้ดีๆ เวลาท่านเดินไปไหนคนเดียวเงียบๆจะรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามหลังมานะทั้งๆที่ไม่มีใครเลย นั้นหละเขาเรียก "กายซ้อนกาย  จิตซ้อนจิต ภพซ้อนภพ  มิติซ้อนมิติ " (หรือเรียกอีกอย่างตามความรุ้สึกของคนเนปัจจุบันคือผีหลอกนั้นแหละ) ทดลองดูโดยไปนั่งในที่เงียบที่ใดที่หนึ่ง จะในบริเวณวัดหรือที่ใหนก็ได้ จะรู้สึกเหมือนมีคนอยู่เป็นเพื่อนเราบางทีก็อบอุ่น บางทีก็วังเวง  ( 30/มีนาคม 2553 )

     หลวงพ่อถามหน่อยสิว่าคนเราทุกคนเคยเจ็บไหม ? " เคยเจ็บกันทุกคน " ทุกคนเคยร้องไห้ไหม ? 
" ร้องไห้กันทุกคน " ทุกคนเคยเสียใจไหม ? " เสียใจกันทุกคน " 
แต่เราอย่าเอากิเลศเบื้องต่ำมาครอบงำจิตใจเรา พยายามเปิดใจรับทุกเรื่องที่มันประดังเข้ามาในชีวิตเรา หลวงพ่อจึงเปิดใจรับปัญหาทุกๆ ปัญหาทุกๆคน และแก้ตามบุพกรรมของแต่ละคนที่สร้างกันมาตั้งแต่อดีตชาติ  มีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อนั้งอยู่ใต้ต้นไทรมีงูเห่าตังหนึ่งแผ่แม่เบี้ยตรงเข้ามาจะทำร้ายหลวงพ่อขณะเดียวกันนั้นหมาตัวหนึ่งที่อยู่ในวัดซึ่งขามันก็พิการ มันเห็นงูเห่าตัวนั้นมุ้งจะเข้าทำร้ายหลวงพ่อมันก็กระโจนเข้าใส่แล้วก็ปากคาบงู
และฝาดลงกับต้นไทรใก้ลกับที่หลวงพ่อนั้งอยู่นั้นจนงูตายคาที่เพื่อช่วยชีวิตหลวงพ่อให้รอดจากการโดนงูกัด  หลวงพ่อท่านจึงกล่าวว่า " สัพสัตว์ทั่งหลายแม้กระทั้งสัตว์เขาก็ยังรู้จักพิทักษ์เรา " สังเกตว่าหลวงพ่อจะไม่ด่าไม่ตีหมามันจะเดินเผ่นผานยังไงก็เรื่องของมัน

      เรื่องบุญกับทานนี้นะ...การทำทานนั้นก็ได้ทาน ทำบุญนั้นก็จะได้บุญ แล้วบุญกับทานละคือยังไง การทานนั้นคือการให้ๆแล้วก็แล้วไปบ้างที่ก็สนใจบ้างที่ก็ไม่สนใจสักแต่ได้ท่านอย่างเช๋นทานเงินหรือสิ่ของพอให้แล้วก็หมดไปถ้าคิดอีกอย่างก็คือการทำทานนั้นทำทางกายนั้นเอง ส่วนในเรื่องของบุญนั้นคือทำแล้วติดตามเอาใจใส่ในสิ่งที่ทำและระลึกเสมอว่าทำอะไรอยู่ เรียกอีกอย่างคือทำทางจิตใจเพราะฉนั้นการทำทานก็ต้องทำบุญไปด้วยถึงจะได้ทั้งท่านและบูย การทำบุญนั้นที่ถูกต้องนั้นทำแล้วอย่าให้ตัวเองเป็นทุกข์ไม่ทางกายหรือทางใจ (๔ เมษายน ๒๕๕๓ )
        มีนักบวชอยู่สองท่าน  ท่านหนึ่งเข้าใจในธรรมะ อีกท่านหนึ่งไม่เข้าใจในธรรมะ  ท่านหนึ่งพูดว่า " ท่านเห็นนุ่นไหมเวลาลอยอยู่ในอากาศ " นุ่นมันมีอิสระที่จะลอยไปที่ใหนๆก็ได้แต่ในอิสระภาพของนุ่นนั้น ก็ยังต้องอาศัยโลกธาตุ  ในการที่จะลอยไปในที่ต่างๆ ( ธาตุลม )  ถ้าไม่มีลมนุ่นก็ลงสู่พื้นดิน ถ้าเมื่อใดลมมานุ่นก็ลอยขึ้นเหมือนเดิมนั้นคือกฎเกณฑ์ของนุ่นที่จะลอยได้  ฉนั้นกฎเกณฑ์ ก็คือ กฎเกณฑ์ นุ่นก็ดี  มนุษย์ก๊ดี ย่อมมีกฎเกณฑ์ทั้งนั้น หลวงพ่อถามหน่อยว่า   พระอรหันต์ คือยังไง  พระพระอรหันต์ คือผู้ที่ห่างไกลจากกิเลส  พระอรหันต์นั้นห่างไกลกิเลสจริงแต่สภาวะท่านก็อาศัยกฎเกณฑ์อยู่ดี........บทความนี้ webmaster ได้จากการเข้ากราบนมัสการหลวงพ่อดำ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓  สทนาธรรมะ คลิก

เพื่อให้โลกนี้ยังตั้งอยู่ พุทธศาสนาตั้งอยู่ ๕๐๐๐ ปี

          ใน พ.ศ แห่งหนังสือพุทธทำนายและพุทธพยากรณ์ ที่ได้มีการเผยแพร่ออกไปทั่วโลกแล้วนั้นมีคำเฉลยแล้วนั้นว่าใครอยากอยู่ก็ให้ลุกขึ้นมาสร้างปราสาท ใครอยากอยู่ก็จงมาร่วมกันสร้างปราสาท ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องทำอะไรอยู่เฉยๆเลย เพราะทุกกฏเกณฑ์เราบอกท่านหมดแล้ว สุริยันต์ จันทรา  ก็คือ อมตะ  ปราสาทสุริยันต์  จันทรา  ก็คือปราสาทแห่งความอมตะ ไม่มีวันดับ  
                ใครอยากอยู่ในส่วนหนึ่งที่จะปลอดภัยจากภัยทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ที่จะเกิดจากธาตุทั้งสี่แปลปรวน  หลวงพ่อแจ้งให้ทราบว่าท่าน มุจลินท์นาคราช ท่านจะพลิกตัวอีกครั้งเร็วๆนี้   เพื่อให้ได้อยู่ร่วมร่มโพธิศรีแห่งองค์พระศรีอาริยเมตรไตร จงลุกขึ้นมาร่วมสร้างปราสาท สุริยันต์ จันทรา เพื่อความสมดุลย์ของโลกระหว่างกลางวัน และ กลางคืน
                ในปัจจุบันนี้มีพระท่านใดสร้างปราสาทบ้าง....? พระพุทธรูปก็มีคนสร้างมากแล้ว  โบสถก็มีคนสร้างกันมากแล้ว  โรงเรียน  ศาลาวัดก็มีคนสร้างกันมากแล้วถ้าไม่ใช่ผู้ปรารถนาในพุทธภูมิจริงจะสร้างปราสาทไม่ได้ ถ้าท่านอยากอยู่ก็รีบทำ สร้างบุญ สร้างบารมีกันให้เยอะๆ เพราะการสร้างปราสาทคือการสร้างบุญบารมี ให้อยู่รอดใต้ร่มพระโพธิศรี
                 เมื่อต้องการให้ชีวิตและครอบครัวก้าวเดินไปได้ทำไมไม่ยอมเป็นหนี้บุญ ทำไมเป็นหนี้อย่างอื่นเป็นได้แต่เป็นหนี้บุญนั้นเป็นไม่ได้ " ทำให้ทุกวันนี้เราเป็นแต่หนี้กรรม เลยต้องใช้แต่หนี้กรรมอยู่ตลอดไม่รู้จะหมดตอนไหน ถ้าเรายอมเป็นหนี้บุญก็จะได้ใช้บุญตลอดไป " 
             
การทำบุญนั้นก็เหมือนกับการกินข้าวนะ ถึงจะเป็นสามี ภรรยากันก็จริง ถ้าสามีกินสามีก็อิ่ม ภรรยาไม่ได้กินข้าวด้วยภรรยาก็ไม่อิ่มนะ ทำบุญก็เหมือนกันคนไหนทำคนนั้นได้ "ท่านรองคิดดูแล้วกันว่าในครอบครัวเรา พ่อ แม่ ลูก ถ้า พ่อกินข้าวคนเดียวคนอื่นๆ ไม่กิน  แล้วคนที่ไม่ได้กินจะอิ่มไหม.....?  บุญก็เหมือนกันนะ.....
              
ผลของบุญนั้นก็เปรียบเหมือนกับเรานำเงินไปฝากไว้กับธนาคารเพราะเราฝากมากก็ดอกเบี้ยได้มาก ฝากน้อยก็ดอกเบี้ยได้น้อย และถ้าถอนออกมาใช้บ่อยๆไม่ค่อยฝากเงินก็หมด การทำบาปก็เหมือนกับการกู้เงินกับธนาคาร ดอกเบื้ยเงินกู้ แพงถ้าไม่จ่ายเงินงวดและเงินต้นดอกเบื้ยก็ทบต้นใช้ไม่หมดง่ายสักทีก็เช่นเดียวกับทำชั่วทำบาปนั้นแหละ.....

 ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดและร่วมบริจาคได้โดยตรงที่  พระครูสุภัทรธรรมโกศล
ณ วัดป่ารัตนพรชัย บ้านดอนมันน้ำ ต.บ้านหวาย อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม 
โทรศัพท์ 089-8411659 (หลวงพ่อดำ)
 

              หรือบริจาคผ่านธนาคารได้ที่  ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขา วาปีปทุม  ชื่อบัญชี พระปิยะพงษ์  ควรชม (หลวงพ่อดำ อายธัมโม) บัญชีเลขที่ 363-2-484-77-0  จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวบุญแก่ทุกท่าน

" หนี้อย่างอื่นทำไมใช้ได้ หนี้บุญทำไมถึงใช้ไม่ได้ "

                                                         คำพยากรณ์
                               ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
            “ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี  จะเกิดการร้ายแรงจะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศจะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซิ่งกันและกันเป็นอันมากแต่ว่าดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรง หาได้ไม่ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว
             ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนถึงกึ่งพุทธกาลมากยักษ์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต่างล้มตายกันฝ่ายละมากๆ สมณะ ชี พราหมณ์ จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากันสำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก”
             พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า โลกจะไม่ล้มสลาย พระพุทธศาสนาจะทรงอยู่ได้ตลอด ๕,๐๐๐ ปี ทรงตรัสชี้ว่า เขตประเทศต่อไปนี้ จะเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากจะสามารถทรงพระพุทธศาสนาครบ ๕,๐๐๐ ปี นี่หมายถึงประเทศไทย…..
            ถ้าสงคามเกิดขึ้น คนไทยจะมีความมั่นคงในพุทธศาสนามากขึ้นในเมื่อเห็นการสูญเสีย ความตายเกิดขึ้น ความทุกข์เกิดขึ้น
จิตใจเริ่มเป็นกุศล เวลานั้พุทธศาสนิกชนก็จะมีความมั่นคงในพระพุทธศาสนามากขึ้นเพราะกลัวตาย…
             สำหรับท่านนักปฏิบัติที่เจริญสมาธิจิต ก็จะเร่งตัวเอง กำลังใจก็จะมีสมาธิในที่สุดอภิญญาก็จะเกิด ในเมืออภิญษเกิดก็จะใช้ผลของอภิญญาและญาณต่างๆที่ได้จากสมาธิและวิปัสสนาญาณเอามาช่วย บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ให้ปลอดภัย…..
             จงอย่าประมาทในชีวิต จงทรงจิตของท่านให้มีความมั่นคงในคุณพระรัตนตรัย 3 ประการ คือ คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีจิตยึด พระพุทธคุณ ให้ภาวนาว่า  “ พุทโธ ” ก่อนจะหลับให้กำหนดการเข้าออกของลมหายใจ หายใจเข้า  “ พุท ” หายใจออก “ โธ ”
และเวลาตื่นนอนใหม่ทำแบบนี้เป็นปกติ เวลาที่ยังตื่นอยู่ถ้าคิดขึ้มมาได้เมื่อไรก็ทำใจให้นึกถึงความดีของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาวนาว่า “พุทโธ” เป็นปกติอย่างนี้ได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าถึงไตรสรณคมน์ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ ทั้ง 3 ประการจิตของท่านจะทรงสมาธิ   อำนาจบารมีของพระพุทธเจ้าจะทำให้จิตของท่านให้เยือกเย็นมีความสุข อันตรายท่จะเกิดขึ้นกับท่านทั้งหลายก็จะพ้นภัยด้วยอำนาจของพุทธนุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ
             ถ้าจิตใจของเราไม่นิยมในขันธ์ ๕ คือ รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ   ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา  จิตเราเกาะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระองค์อยู่ที่ไหนเราจะไปที่นั้น ท่านจะพ้นจากกิเลส  จะเข้าถึงนิพพานได้….

          
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ  (๓ จบ)

     พุทธัง  สรณัง  คัจฉามิ    ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
     ธัมมัง  สรณัง  คัจฉามิ    ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเจ้าเป็นที่พึ่ง
     สังฆัง  สรณัง  คัจฉามิ    ข้าพเจ้าขอถึงพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง


 

 


โบสถพระศรีอริยเมตไตร

ร่วมสร้างอมตะวัตถุ
ปราสาทสุริยันต์
จันทรา
   Click   

วิหารพระสิขีพุทธเจ้า

 
ไลน์กลุ่มวัดป่ารัตนพรชัย


facebook วัด